บทที่ 5 ฉีกหน้ากากมารยา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ งานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นในพระราชวังฤดูร้อน ข่าวลือเรื่องบาดแผลน้ำร้อนลวกของไป๋ลี่ว์ยังคงถูกนำมาพูดถึงในหมู่สตรีชนชั้นสูง ไป๋ลี่ว์ผู้ปั้นหน้าเป็นสตรีแสนน่าสงสารและเปราะบาง นั่งสวมผ้าพันแผลเนื้อนุ่มอยู่ที่ศาลากลางสวน โดยมีมู่หรงจิ่นคอยเฝ้าดูแลและแสดงความห่วงใยอยู่อย่างออกนอกหน้า
"พี่อิงหลัน..." ไป๋ลี่ว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นลี่อิงหลันเดินเข้ามาในงาน "แผลของลี่ว์เอ๋อร์ยังคงเจ็บปวดนักเจ้าค่ะ แต่ลี่ว์เอ๋อร์เข้าใจดีว่าพี่หญิงมิได้ตั้งใจ... ท่านพี่มู่หรงอย่าได้โกรธพี่หญิงเลยนะเจ้าคะ"
มู่หรงจิ่นถอนหายใจยาว พลางมองลี่อิงหลันด้วยสายตาติเตียน "อิงหลัน เจ้าเห็นหรือไม่ว่าลี่ว์เอ๋อร์เป็นคนจิตใจดีเพียงใด ขนาดนางบาดเจ็บถึงเพียงนี้ นางยังคงแก้ตัวแทนเจ้า เจ้าควรจะขอโทษนางอย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคนในวันนี้ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของเจ้าเอง"
เหล่าคุณหนูและภรรยาขุนนางรอบข้างต่างพยักหน้าเห็นพ้อง ซุบซิบถึงความเมตตาของไป๋ลี่ว์และความเย่อหยิ่งของลี่อิงหลัน
ทว่า ลี่อิงหลันกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน
"ขอโทษหรือ?" ลี่อิงหลันเอ่ยเสียงเรียบ แต่กังวานไปทั่วสวน "เหตุใดข้าต้องขอโทษสตรีที่วางแผนตลบหลังตนเองเพื่อสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายผู้อื่นด้วยเล่า?"
"ลี่อิงหลัน! เจ้าจะกล่าวหาลี่ว์เอ๋อร์เกินไปแล้ว!" มู่หรงจิ่นลุกขึ้นตวาดด้วยความโกรธ "นางมีบาดแผลจริง และหมอประจำตระกูลข้าก็ยืนยันแล้วว่าแผลลวกนี้ร้ายแรงนัก เจ้ายังจะใจดำกล่าวหานางอีกหรือ!"
"ใครว่านางมีบาดแผลร้ายแรงจริงกัน?"
น้ำเสียงทรงพลังและเย็นชาประหนึ่งน้ำค้างแช่แข็งดังขึ้นจากทิศทางประตูอุทยาน ทุกสายตาพลันหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางชั้นสูงปักลายมังกรทองก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าว่องไวและสูงส่ง ทหารยศใหญ่และหมอหลวงประจำพระองค์เดินตามหลังเขาเป็นทิวแถว
เซียวอ๋อง 'เซียวจ้าน'!
บรรยากาศในอุทยานพลันเงียบกริบลงทันที มู่หรงจิ่นและเหล่าขุนนางต่างรีบคุกเข่าถวายบังคมด้วยความตระหนกตกใจ ไม่คาดคิดว่าท่านอ๋องผู้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับงานเลี้ยงสตรีจะเสด็จมาที่นี่
"ถวายบังคมเซียวอ๋องเพคะ/พะยักค่ะ!"
เซียวจ้านปัดมือเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่มู่หรงจิ่นและไป๋ลี่ว์ที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะทอดสายตามองลี่อิงหลันด้วยความเข้าอกเข้าใจและหนุนหลังอย่างเปิดเผย
"เปิ่นหวาง (ข้า) ได้ยินมาว่า มีการถกเถียงเรื่องบาดแผลและความจริงใจในงานเลี้ยงแห่งนี้" เซียวจ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ "บังเอิญว่าเปิ่นหวางนำ ท่านหมอหลวงจาง หมอโอสถอันดับหนึ่งแห่งราชสำนักมาร่วมงานด้วย พอดีประจวบเหมาะที่จะให้เขาช่วยตรวจดูบาดแผลให้แม่นางผู้นี้ จะได้ไม่เป็นการเสียเกียรติของตระกูลมู่หรงและตระกูลลี่"
ไป๋ลี่ว์หน้าซีดเผือดลงทันที ตัวสั่นระริก "ขะ... ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ แต่บาดแผลของหม่อมฉันได้รับการรักษาแล้ว มิรบกวนท่านหมอหลวง..."
"เจ้ากล้าปฏิเสธความหวังดีของเปิ่นหวางหรือ?" เซียวจ้านหรี่ตาลง รังสีฆาตฟันผ่าแผ่ออกมาจนไป๋ลี่ว์แทบหยุดหายใจ
"ลี่ว์เอ๋อร์... ให้หมอหลวงตรวจเถิด จะได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้าต่อหน้าท่านอ๋องและทุกคน" มู่หรงจิ่นเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี โดยไม่รู้เลยว่ากำลังส่งนางลงเหว
หมอหลวงจางก้าวออกมาด้านหน้า ค่อยๆ ปลดผ้าพันแผลที่แขนและหน้าอกของไป๋ลี่ว์ออก ทันทีที่ผ้าพันแผลหลุดออก เสียงฮือฮาก็ดังลั่นไปทั่วอุทยาน!
ผิวหนังของไป๋ลี่ว์ที่เคยอ้างว่าถูกน้ำร้อนลวกจนพองโต กลับเป็นเพียงรอยแดงบางๆ ที่ใช้ ผักกาดแดงผสมยางไม้ ทาไว้เพื่อสร้างภาพให้ดูเหมือนแผลลวกอักเสบเท่านั้น! เมื่อหมอหลวงใช้น้ำยาเช็ดออก ผิวพรรณของนางก็กลับมากกราบเนียนนุ่มดั่งเดิม ไร้ซึ่งบาดแผลพุพองใดๆ!
"ทูลท่านอ๋อง และทุกท่าน..." หมอหลวงจางเอ่ยขึ้นเสียงดัง "แม่นางผู้นี้มิได้ถูกน้ำร้อนลวกแต่อย่างใด เป็นเพียงการใช้ยาสมุนไพรทาอำพรางเพื่อให้ดูเหมือนแผลอักเสบเท่านั้นพะยักค่ะ!"
ความจริงอันน่าตะลึงถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัลและขุนนางชั้นสูงนับร้อย!
ไป๋ลี่ว์ทรุดลงกับพื้น ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด นางลนลานคว้าชายเสื้อของมู่หรงจิ่น "ท่านพี่... ลี่ว์เอ๋อร์... ลี่ว์เอ๋อร์ไม่ได้ตั้งใจ..."
มู่หรงจิ่นยืนตะลึงงัน ใบหน้าชาตึงด้วยความอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด เขาจ้องมองไป๋ลี่ว์ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อว่าสตรีที่ดูอ่อนหวานไร้เดียงสาจะกล้าใช้มารยาต้มตุ๋นเขาและผู้คนขนาดนี้!
ลี่อิงหลันก้าวออกมาด้านหน้า มองลงมาที่ไป๋ลี่ว์ด้วยสายตาเหยียดหยามและสง่างาม
"น้องไป๋ลี่ว์... ต้มชาด้วยตนเอง สร้างบาดแผลปลอม และกล่าวหาว่าข้าใจดำอำมหิต" ลี่อิงหลันเอ่ยเสียงเย็น "กิริยาตลบแตลงและมารยาเช่นนี้ ตระกูลมู่หรงถึงกับยกย่องและปกป้องเชียวหรือ?"
คำพูดของลี่อิงหลันตบหน้ามู่หรงจิ่นอย่างแรง เขาได้แต่ก้มหน้าด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
เซียวจ้านยกยิ้มมุมปาก พลางมองลี่อิงหลันด้วยความชื่นชมในสติปัญญาและการประสานงานที่ไร้รอยต่อ เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "การสร้างเรื่องโกหกเพื่อใส่ร้ายสตรีชนชั้นสูงต่อหน้าธารกำนัล มีความผิดฐานทำลายชื่อเสียงขุนนาง... องครักษ์! ลากสตรีผู้นี้ไปรับโทษตบปากยี่สิบที!"
"ท่านอ๋อง เมตตาด้วยเพคะ! ท่านพี่ช่วยลี่ว์เอ๋อร์ด้วย!" ไป๋ลี่ว์ร้องไห้โฮ ขณะถูกทหารลากตัวออกไปท่ามกลางสายตาเหยียดหยามของทุกคนในงาน
ลี่อิงหลันหันไปสบตากับเซียวจ้าน สายตาของทั้งสองประสานกันอย่างรู้กัน การฉีกหน้ากากมารยาครั้งนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทำลายล้างพวกมันอย่างแท้จริง!
